2008/Jun/11

เออ กูดองได hi5 กูก็ไม่เม้น ไม่อัพ งานเขียนคิดไว้ก็ไม่เขียน ไม่มีเหตุผลใดๆในการแก้ตัว มันก็แค่ความขี้เกียด ที่จะทำในสิ่งที่รัก (ขัดกันจิงๆ) วันนี้มีอารมณ์เขียน ก็แค่มาเขียน นี่แหละศิลปินโดยแท้

 หลังจากบทความเกี่ยวกับญี่ปุ่น ในช่วงสองปีกว่าไม่ได้คืบหน้า กะว่าจะออกพอกเกตบุคเก๋ๆแบบคนอื่นเค้า ก็คงไม่ใช่เร็ววันนี้ และคงไม่ใช่ชาตินี้ด้วยแหละมั้ง ก็แน่แหละใครมันจะเอาภาษาหยาบโลนและ เรื่องเลวๆของประเทศที่คนอื่นมันบ้าคลั่งคิดว่าดีกัน ไปพิมพ์ขายหล่ะ ก็มีแต่เจ๊งดิ  ช่างแม่งญี่ปุ่น

หลังจากจบแล้ว กลับไทยและไม่มีงานทำอยู่สองเดือน ชีวิตได้แต่ขายของกินไปวันๆ เดือนนึงไม่กี่หมื่นแล้วเมื่อไหร่จะมีเฟอรารี่แบบคนอื่นเค้า งานไม่มีไม่เปนไรอ่ะ เมียยิ่งไม่มีอีก อยากจะโดดตึกแทบพาราก้อนให้เปนข่าวกะเค้าบ้าง ยิ่งช่วงนี้ เกาหลีมาแรงหลังจากเลิกกินเจ ไปกิน K แทนแล้ว ชีวิตก็หมกหมุ่นกับเรื่องแบบนี้มากขึ้น

อนิจจาคนโสด

กรรมชั่วก็ทำมามาก หลอกคนอื่นให้รัก ทำเหมือนรักแต่ไม่ได้รัก ให้ความหวังเค้า ฯลฯ กับกรรมชั่วในเรื่องนี้ บางทีก็ถึงเวลาย้อนรอยกรรมเก่ามาทำให้หัวใจบอบช้ำกับบางคนที่ไม่ใช่ไม่รัก แต่ก็แค่รักไม่ได้

เลิกเพ้อเจ้อเข้าประเดน วันนี้เราจะมาทำเพื่อสังคมกับบทความเกี่ยวกับการบริจาคโลหิต ขอให้บทความชวนเชื่อนี้ มีคนหลงเชื่อไปบริจาคโลหิต และผลบุญของมัน ส่งผลให้กูมีเมีย (เป็นเกาหลีก็ดี) ด้วยเถิด สาธุ

ประเดนของการที่คนเราต้องไปบริจาคเลือดก็เพราะว่า ในแต่ละวันมีผู้ป่วยที่ต้องให้เลือดจำนวนมาก จากหลายๆสาเหตุเช่นอุบัติเหตุ หรือโดนแทงข้างหลังเป็นต้น ซึ่งเลือดที่มีอยู่นั้นไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือคนทั้งประเทศ ประมาณนี้แหละ ช่างเหอะ

บทความนี้ จะตัดสลับระหว่างการชักชวนให้บริจาคเลือด และประสบการณ์จิงของผู้เขียน ควรแยกเนื้อเรื่องให้ออกระหว่างอ่านด้วยนะ

จิงๆแล้วกูเคยไปสถานที่รับบริจาคเลือด ก็คือสภากาชาดไทย ครั้งนึงเมื่อนานมาแล้ว ตอนนั้นมีคนชวนไปเปนเพื่อน กูก็แค่ไปนั่งรอแต่ไม่ได้มีโอกาสไปลิ้มรสกับเค้า ก็เหมือนกับ เข้าอาบอบนวดแต่เป็นเกย์อ่ะ (เหี้ย เปรียบเทียบซะ)

เยนเมื่อวาน กูก็ได้มีโอกาสพูดคุยกะน้องคนนึง ชื่อน้อง พ. ซึ่งต่อไปนี้เราจะเรียกว่าน้องพอลล่า ให้ดูสูงๆเข้าไว้ ซึ่งน้องพอลล่าเป็นคนที่กู ... มีอดีตทั้งสุข และเศร้ามากคนนึ่ง แม้เคยปรารพว่าจะตัดขาดจากเธอ แต่หัวใจก็ดื้อดึง ไปคุยกับเค้าจนได้ และก็รู้ว่า วันรุ่งขึ้น น้องพอลล่าเค้าจะไปบริจาคเลือด กูก็ เออ ก็แค่อยากทำให้ถ่านไฟเก่ามันร้อน และบางทีทำบุญบ้างก็ดี เอาเลือดชั่วๆออกไปจากตัว

เคยได้ยินมาว่าการบริจาคเลือด จะต้องมีร่างกายที่แข็งแรงก่อนบริจาค เช่นการพักผ่อนที่เพียงพอ การกินอาหารที่สมบูรณ์ แน่นอน คืนนั้นหลังจากที่นัดหมายกะน้องพอลล่าว่าจะขอร่วมหอลงโรงไปตลอดชีวิต เอ้ย จะไปด้วยกัน กูก็รักษาสุขภาพตัวเองดีมาก ด้วยการ

ดูบอลยูโร คู่แรก สเปนถล่มรัสเซีย และกะว่านอนเลย แต่ไหง ก็ดูคู่สองต่อ สวีดิชถล่มกรีซ กว่าจะจบก็ตีสี่ นอนดึกไม่เท่าไหร่ เรามาเพิ่มการดูแลสุขภาพด้วยการแดกแอลกอฮอล์ ระหว่างดูบอลไปด้วย ทั้งนอนดึก และเมา และตื่นมาแฮง และไม่แดกข้าวเช้า กูจะเปนบุคคลแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่บริจาคเลือดด้วยสุขภาพเลวๆ โทรมๆ แน่นอน (พอลล่าจ้ะ ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ พี่ขอโทดด้วยที่ไม่เล่าความจิงทั้งหมดนะ) น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างมาก 

ตื่นเช้ามากูก็คิดได้ เชดเข้ กูแดกแอลกอฮอล์ไป เค้าจะอนุญาติให้กูบริจาคเลือดได้หรือไม่  ประเดนคือคิดว่า การที่มีแอลกอฮอล์ในเส้นเลือด จะไม่สามารถบริจาคได้ เนื่องจากคนรับเลือดของเราจะเมาตาม ก็คิดไปต่างๆนานา กัวว่าบริจาคไม่ได้ ก็เสียเที่ยวป่าวๆ เลยต้องเข้าไปเชคเนต google คำว่า คุณสมบิติผู้บริจาคเลือด ซะหน่อย จิงจังป่ะหล่ะ เพื่อสังคมมากๆ ปรากฏว่า ไม่มีกฏห้ามแดกแอลกอฮอล์ก่อนบริจาคเลือด มีแค่รับการพักผ่อนที่เพียงพอเกิน 6 ชั่วโมง ไม่เปนโรคเสี่ยงต่างๆประมาณนี้ ช่างแม่ง ไหนๆก็ไม่ทันและ ตื่นมาก็ใกล้เวลานัด แดกแค่นมก่อนออกจากบ้านก็พอ

เมื่อไปถึงที่ สภากาชาดไทย (เราสามารถนั่งรถไฟใต้ดินลงสีลม และเดินไปอีกนิดหน่อยได้) ในขณะนั้น ไม่ได้แฮงแล้ว แต่ร้อนมาก และค่อนข้างตื่นเต้นเพราะครั้งแรก มันต้องกัวเสียวเป็นธรรมดา เมื่อเข้าไปถึงตึกรับบริจาคซึ่งไฮโซมากๆ น้องพอลล่ายังไม่มา กูเลยไปทำบัตรผู้บริจาคใหม่ซะก่อน ระหว่างกรอกใบสมัคร ป้าที่ดูแลก็ถามความพร้อมของเรา เช่นนอนมาพอหรือป่าว กินข้าวเช้ามาหรือยัง แน่นอน กูยิ้มๆและตอบว่า ผมฟิตครับ พร้อมเสมอ ทั้งๆที่จิงๆไม่เปนเช่นนั้น เอาวะ รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลองอ่ะ หลังจากตอแหลป้าจนป้าแกยอมให้กูทำบัตรเสด ก็ออกไปนั่งรอซักพัก น้องพอลล่าก็มาถึง

  วันนี้น้องพอลล่ามาในเสื้อเหลือง น่ารักเหมือนเดิม จบ ไม่บรรยาย กูหวง อย่ามายุ่ง

ขั้นต่อไปก็ไปกดบัตรคิวเพื่อเข้าห้องตรวจความดัน และความเข้มข้นของเลือด เมื่อถึงคิวกู ในฐานะที่เป็นผู้บริจาคใหม่ ย่อมได้รับความสนใจจากเจ๊ๆพยาบาลเป็นพิเศษ คำถามแรกที่เจอมาใหม่หรอ ไม่เคยบริจาคที่ไหน เมื่อคืนนอนกี่โมง "เอิ่ม เที่ยงคืนคับ" แล้วตื่น "เก้าโมงเช้า" เวลาก็พอนะคะ แต่ครั้งหน้าถ้าจะมาบริจาค นอนก่อนเที่ยงคืนนะคะ จะได้พักผ่อนมากๆ เพราะครั้งที่สองจะเอาเลือดมากกว่าครั้งแรก "คับผม" โอ้วขนาดตอแหลกูยังโดนด่าเลย ถ้ากูบอกว่า นอนตีสี่ ตื่นเก้าโมงครึ่ง เจ๊จะกดออดเรียก รปภ มาหามกูออกไปไหมเนี้ย ก็นู๋วอยากบริจาคแค่ร่างกายบอบบางผิดด้วยหรอคะ T_T ต่อมา กินข้าวเช้าหรือยัง "กินแล้วคับ" อีกหนึ่งคำตอบตอแหล หลังจากนั้นก็มีคำถามอีกนิดหน่อย หลังจากวัดความดัน ก็ไปตรวจความเข้มของเลือด ถ้าเปนโลหิตจางก็จะบริจาคไม่ได้ วิธีการคือใช้ที่เจาะเลือดบริเวณปลายนิ้ว อารมณ์หนังจีนเวลาจะลงชื่อสาบานต้องกัดนิ้ว เอาเลือดมาเขียน เลือดก็จะซึมๆออกมานิดนึง ไม่เจ็บเลยแม้แต่น้อย จะมีการเอาเลือดไปทดสอบในแอลกอฮล์ ถ้าเลือดจมแปลว่ามีความเข้มข้นสูง สามารถบริจาคได้ และสามารถดูกรุปเลือดแบบคร่าวๆได้ด้วย ยอดมาก นอกจากนี้ยังแถมยาบำรุงโลหิตให้ไปกินเล่นอีกด้วย

ขั้นตอนต่อไป ก็ไปลงทะเบียนผู้บริจาค ขั้นตอนนี้ไม่มีไรมาก

ต่อมา น้องพอลล่าก็ขอไปปั๊มบัตรจอดรถ และเลยเถิดไปถึง การลงชื่อบริจาค สเตมเซลล์ อธิบายยากว่าคืออะไร ไม่อธิบายแล้วกัน เอาว่าบริจาคเหี้ยไรตอนนี้ จัดไปทั้งนั้นอ่ะ ขอมาเหอะ ขอบ้าน ขอรถ มีเหลือใช้จะให้

ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่า ทำไมทุกคนถึงต้องถามคำถามกดดันเราขนาดนั้น เหตุเพราะการสูบเลือดของเราออกไปในปริมาณมากนั้น จะมีผลต่อสุขภาพของเรา หากเราร่างกายไม่แข็งแรงพอ อย่างง่ายๆก็แค่อาการหน้ามืด วิงเวียน เหมือนเสียเลือดมากเป็นต้น แต่ถ้าเราฟิต ก็จะหายจากอาการพวกนี้ได้เร็ว

หลังจากนั้นก็ขึ้นไปชั้นสอง ซึ่งกูก็ไม่ได้เตรียมตัวว่าจะต้องเสียตัว เอ้ยเสียเลือดเร็วขนาดนั้น อารมณ์น่าจะมีนั่งรอคิวให้ทำใจสักพัก แต่ไม่เปนเช่นนั้น ขึ้นมาถึงชั้นสอง ก็เข้าห้องสูบเลือดกันเลยทันที ในห้องจะมีลักษณะเป็นเตียงนอนเอนๆ คล้ายๆเตียงสระผม ร้านเสริมสวยเรียงๆไป แต่วันนี้เปิดบริการแค่ไม่กี่เตียง เข้าไป ก็ได้เตียงคู่ติดชิดใกล้กับน้องพอลล่า ช่างโรแมนติกยิ่ง

ขึ้นไปนอนบนเตียง ไอ้เราก็มารยาทดีจะถอดรองเท้า พี่พยาบาลก็บอกไม่ต้องถอด เพราะถ้าลุกแล้วเวลาก้มใส่รองเท้าจะหน้ามืดได้ ขอโทดที่ผมมารยาดี เอ้ย มารยาทดีนะคับ หลังจากขึ้นนอนห่มผ้าบนเตียง บรรยากาศเหมือนไปสปาเสด เช่นเดิมจากการมาเปิดบริสุทธิ์ จะได้รับความใส่ใจเปนพิเศษ ใช่เซ่เหนเราสดอ่ะ มารุมมุงใหญ่เลยน้า ส่วนมากก็มาถามไถ่ ให้ข้อมูลแสดงความห่วงใหญ่ เข้าใจว่าหน้าตาดี แต่มีคนรักแล้ว (อ๊วก)

ระหว่างนั้นก็แอบมองเตียงตรงข้าม ที่หันหน้าเข้าหากัน ซึ่งเราจะสามารถมองหน้า มองตา ให้ความเหนใจ กำลังใจ เลยเถิดไปถึงการมีเพศสัมพันธ์ทางการจ้องตา อย่างเช่นปลากัดได้เลย แต่เดชะ ตรงหน้าเป็นผู้ชาย เลยไม่ได้จะไปทำไรกะมันมาก ได้แต่ศึกษาว่าเค้าทำไรกันบ้าง ที่เห็นก็เปนหลอดสูบเลือด ต่อกับข้อแขนของผู้ป่วย ภายในก็มีแต่เลือดสีแดง ต่อยาวไปถึงถุงเลือดด้านข้างๆ ที่จะวางอยู่บนเครื่องคล้ายๆตาชั่ง ที่จะชั่งปริมาณของเลือด รวมทั้งโยกถุงเลือดอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เลือดแข็งตัวมั้ง อันนี้คิดไปเอง นอกจากนี้จะมีแท่งเหล็กให้เรา กำๆคลายๆไปเรื่อยๆ น่าจะช่วยในการไหลเวียนของเลือดมั้ง กูวิเคราะห์มั่ว อย่าไปใส่ใจเลย ระหว่างที่รอเค้าสูบเลือดให้ครบปริมาณ แต่ละคนก็จะมีกิจกรรมของตัวเอง อย่างคุยโทรศัพท์ คุยกะคนข้างๆ ไปจนกระทั่งหาเรื่องนอนหลับ

มาถึงคิวกูแล้ว หลังจากได้ฟังคำขู่จากน้องพอลล่าผู้มีประสบการณ์มาก่อน อย่างเช่น เรื่องสุขภาพ หรือเสดแล้วจะมึน เปนลมได้ อาจจะมีชอตแสดงความเปนห่วงซึ่งกันและกันให้คนอิจฉาบ้าง แต่ไม่ได้มีไรกัน อย่าเอาไปเขียนข่าวกันเลยเถิดหล่ะ

เริ่มแรกก็รัดสายยางที่ต้นแขน ให้เส้นเลือดปรากฏตัวก่อน หลังจากนั้น จะเปนการจินตนาการ เพราะกูไม่กล้าดูและ ใจมดจิงๆ ภาพในจินตนาการต่อจากนั้น ก็มีการเช็ดแอลกอฮอ บริเวณข้อแขนด้านใน ซึ่งจะเปนจุดที่จะเจาะเลือด แล้วก็ค่อยๆสอดใส่เข็มเข้าไปในร่างกายกู

"เจ็บหน่อยนะ"  พยาบาลสาวกระซิบที่ข้างหูผม พลางพยายามสอดใส่สิ่งนั้นเข้าไปในร่างกาย

 ขนผมลุกไปพร้อมกับความเสียวซ่านทั่วร่าง กัดฟันไว้แน่นราวกับพยายามฝืนทนกับความเจ็บปวดจากครั้งแรก เสียงครางเบาๆ ดังออกมาโดยไม่รู้ตัว

ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะไม่กล้ามองสิ่งที่พยาบาลสาวกำลังพยายามทำอยู่นัก แต่รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดแบบแปร่บๆ บริเวณตรงนั้นของผม

"ครั้งแรกก็แบบนี้แหละคะ" แม้เธอจะพยายาม ปลอบประโลมผม แต่จังหวะที่สิ่งนั้นสอดแทรกเข้าไปในผิวหนัง มันแสบเสียวซ่าน และรู้สึกเหมือนมีของเหลวซึมไหลออกมาปริมาณหนึ่ง

ชั่วอึดใจ ความเจ็บปวดก็แปรเปลี่ยนเป็นความสุขสุดยอด สมกับครั้งแรกที่รอคอย ความบริสุทธิ์ของผม มอบให้แก่พยาบาลสาวผู้นี้ไป อย่างจำใจ

เอิ่ม จินตนาการกันไปไหนหน่ะ คิดมาก คิดมาก

ต่อไปก็เป็นช่วงนอนรอเวลา เครื่องจักรจะทำงานเหมือนปั๊มน้ำ สูบเลือดเราออกมาจากต้นแขน เลือดสีแดงฉ่าไหลอย่างมั่นคงไปตามสายยาง ลงไปรวมกันในถุงเลือดด้านล่างอย่างสม่ำเสมอ บนเครื่องมีตัวเลขบอกปริมาตรของเลือดที่ดูดออกมาได้แล้ว ค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปริมาณของเลือดที่บริจาคในแต่ละคนจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของผู้บริจาค สำหรับคนหุ่นดีๆแบบกู ครั้งแรกเลยโดนไป 450 cc ระหว่างทางที่เรานอนบริจาคเลือด เค้าก็จะให้กำและคลายแท่งเหล็กไปด้วย เหมือนบริหารมือแก้เหงาไปในตัว ช่วงที่นอนอยู่ กูก็ถือโอกาสหันไปแอบมองน้องพอลล่าบ้าง เผื่อเค้าไม่รู้ว่าเราแอบรัก 

แต่น้องพอลล่าเธอจะเป็นคนดีมาก จะชอบหันมาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ประกอบกับที่กูรู้สึกโหวงๆนิดๆ กับการเสียเลือดเป็นจำนวนมาก ในเวลารวดเร็ว แต่ก็ไม่แน่ใจว่ามึน หรือหน้ามืดบ้างหรอป่าว แต่ในจิตวิญญาณของนักแสดงที่อยู่ในสายเลือด เค้าบอกว่าการบริจาคเลือดมันจะทำให้มึน เออเด๋วกูทำหน้ามึนหน่อย แล้วก็ทำให้หน้ามืดนิดๆ อ่ะไม่ทำหน้าก็มืดอยู่และ เริ่มแสดงออกทางสีหน้า แววตาให้ดูน่าสงสารเค้าไว้ จังหวะนั้นก็หันไปสบตากับน้องพอลล่า เรียกคะแนนความน่าสงสารได้อีก 35% เวลาน้องเค้าถาม เราก็จะโชว์แมนหน่อยว่าไม่ได้เปนอะไร และถามกลับด้วยความห่วงใยบ้างเป็นครั้งคราว

จำได้ว่าเลือดของกูพุ่งแรงมาก เค้าเรียกคนพลุ่งพล่าน เผลอแปปเดียวเลขกูก็ 400 แล้ว แต่น้องพอลล่าที่รัก ถุงบริจาคแค่ 300 ยังทำยอดขายไม่กระเตื้องนัก พยาบาลมาเชคดู อาจจะพบความตีบตันของเส้นเลือด ลมปราณไม่ไหลซ่าน แบบนี้ต้องสกัดจุดรักที่หัวใจซะหน่อย ฮิ้ววววววว

ไม่นานถุงเลือดของกูก็เต็มปรี่ไปด้วย เลือดบริสุทธิ์ที่ล้างแอลกอฮอล์มาแล้วตั้งแต่เมื่อคืน (แอลกอฮอล์ยี่ห้อไฮเนเก้น อิมพอตมาจากฮอลแลนด์ด้วย ไฮโซป่ะหล่ะ) เมื่อเลือดครบแล้วก็ถึงขั้นตอนที่กูไม่กล้าดู คือการตัดสายเลือด และถอนเข็มออกจากแขน ซึ่งน้องพอลล่าอีกแล้ว ก็บอกว่าอย่าไปดู เพราะจะเหนเลือดไหลทะลักกระอักอาบแผ่นดิน เป็นที่สยดสยองของปวงประชายิ่ง กูซึ่งเชื่อคนง่าย เลยหันไปมองตาน้องเค้าแทน และจินตนาการว่าพยาบาลทำอะไรกะแขนกูอยู่  ก็ค่อยๆดึงเข็มออก แล้วก็ตัดสายทิ้ง แล้วก็เอาผ้ากอตมาปิดแผลไว้ น่าจะจบกระบวนการแค่นี้ แล้วเค้าก็มาบอกให้กูพักซักสองสามนาทีก่อน ค่อยลุกได้

ช่วงนี้กูก็ตรวจสอบสภาพตัวเองว่ามึน หรือหน้ามืด ปวดหัว แขนขาอ่อนบ้างหรือไม่ จิงๆกะนอนหลับซักครึ่งชั่วโมง แต่เกรงใจเค้า คนต่อคิวนาน ซักพักกูเลยขอน้องพอลล่าออกมาก่อน เพื่อไปกินของว่างเพิ่มพลังงานที่เสียไป เดินโซเซออกจากห้องไปอีกห้องหนึ่ง มีเก้าอี้และโต๊ะเรียงรายอยู่ สุดทางเป็นเคาเตอร์มีถาดอาหารบริการแก่ผู้บริจาคโลหิต กูเดินเข้าไปอย่างมึนๆ แสดงออกทางสีหน้าให้คนเห็นชัดๆว่ามึน แต่ไม่ได้มึนจากการบริจาคเลือด แต่มึนเพราะไม่รู้ต้องทำไงต่อ คุณยายที่ประจำห้องนั้นเห็นเข้าก็ยกถาดอาหารมาให้กู แถมรู้อีกด้วยว่ากูมาครั้งแรก พูดคุยกะคุณยายเล็กน้อยก็นั่งลง ในถาดมีขนมธัญพืช 1 ถุง โอวันตินเย็น และชา อย่างละ 1 แก้ว ที่เก๋คือทุกถาดมีแถมยาดมด้วย เหมือนเจอทอง ไม่รอช้ากูรีบหยิบมาสูดดม เหมือนคนติดกาวที่ลงแดงอย่างหนัก สูดแล้วมันชื่นใจจิง ซี๊ด.....อ้าาาาาาาาาาา ส่วนขนมไม่อร่อยเลยแหะ ระหว่างนั่งกูก็ไม่ได้รู้สึกหน้ามืดตามัว เท่าไหร่นักคิดว่าร่างกายที่ฟิตพร้อมมาก่อนอย่างดี รับสภาพครั้งแรกไหวได้อย่างไม่มีปัญหา  ไม่นานนักน้องพอลล่าก็ออกมาอย่างปกติดี สมกับคนที่มีชั่วโมงบินสูง และบทสนทนาเรียกร้องความเห็นใจของกู และความใส่ใจในกันและกันเกิดขึ้นอีกครั้ง

เมื่อพร้อมก็ถึงเวลากลับ ก่อนกลับจะได้รับใบนัดอีกหนึ่งใบ เป็นระยะเวลาสามเดือนจากวันนี้ แปลว่าเราจะบริจาคได้อีกครั้ง คือในอีกสามเดือนหน้า สำหรับสาเหตุนั้น กูก็ไม่ได้ถามเค้า แต่คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับสุขภาพของผู้บริจาค ไว้ครั้งหน้าจะมาถามอีกที

ถ้าคุณชอบใครซักคน แต่เป็นคนหวั่นไหวง่าย หรืออยากรักแต่รักไม่ได้ คิดถึงอยากเจอแต่กลัวหัวใจระทวย แนะนำให้นัดกันออกเดทโดยมาบริจาคเลือดคู่กัน จะมีช่วงเวลากุ๊กกิ๊ก และแสดงความเป็นห่วงซึ่งกันและกันได้หลายชอต แต่จะเป็นเดทที่จะจัดขึ้นได้ สามเดือน หนึ่งครั้งเท่านั้น เหมาะกับเป็นชู้เค้าก็ดีเหมือนกันแหะ

อ่านๆไปก็เหมือนไม่ได้มีอะไรมาก เพราะไม่มีเรื่องตื่นเต้นไรมากมาย แค่เขียนให้ดูเว่อเข้าไว้ แต่หวังว่าบทความนี้จะช่วยชักจูงให้คนไปบริจาคเลือดได้บ้าง ไม่มากก็น้อย เป็นบุญกุศลแก่ตัว และกูขอบุญซัก 10% ให้กูได้เมียเป็นเกาหลีในเร็ววันนี้ด้วยเถิด สาธุ๊

 รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามในเว็บนี้ http://www.nbc.in.th/data/why_blood_web.htm

ท้ายที่สุด ตอนนี้ขอขอบคุณ สภากาชาดไทย สำหรับประสบการณ์นี้ และจะมีเรื่อยๆต่อไปทุกสามเดือน

น้องพอลล่าที่รัก ที่อนุญาติให้ติดตามไปด้วย บางเรื่องแซวเล่นก็ขอโทดที คราวหน้าจะเอาวิลแชร์เตรียมไว้ให้ เชิญเต็มที่ได้เลย พี่จะอยู่เคียงข้างเสมอจ้ะ

edit @ 18 Jun 2008 09:47:52 by *~AnniEMaki~MiYabI~*

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
จะรอดูนะ ว่าจะไปหาวีลแชร์มาจากไหน เหอๆๆๆๆๆๆๆ อีกสามเดือนเจอกัน!!!
#1  by   (58.136.227.188) At 2008-06-17 21:51, 
ปืนฉีดน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ
#2  by   (58.10.170.32) At 2009-04-09 10:54, 
พยาบาลหรือบุรุษพยาบาล
#3  by  ,aw (58.10.170.32) At 2009-04-09 10:55, 

<< Home